หันมาทางฝั่งข่ายตรงไทย ที่มีบอสหญิงเก่งอย่าง พญ. นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการบริษัทกิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดมุมมองเกี่ยวกับธุรกิจขายตรงอี- คอมเมิร์ชว่า ต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้นทุกวัน และเพื่อให้ธุรกิจเติบโต และสร้างความเชื่อมั่นในบริษัท การนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาจึงเริ่มมีบทบาทมากขึ้น ซึ่งกิฟฟารีนเองก็ได้มีการให้งบสนับสนุน ในส่วนของการพัฒนาระบบเทคโนโลยีใหม่ทุกปี
โดยเฉพาะอี-คอมเมิร์ช ซึ่งเป็นช่องทางในการช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงกิฟฟารีนได้ง่ายขึ้น และยังสามารถขยายเครือข่ายไปได้ทั่วโลก แต่สุดท้ายแล้วอี-คอมเมิร์ช เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งสำหรับการรองรับการเติบโตของธุรกิจขายตรงเท่านั้น แต่ไม่ใช่ช่องทางหลักในการสร้างองค์กรนักธุรกิจอย่างแท้จริง เพราะอย่างไรก็ตามการที่ธุรกิจเครือข่ายขายตรงจะเติบโตอย่างยั่งยืน จะต้องอาศัยกำลังหลักอย่างนักธุรกิจเครือข่ายอิสระเป็นพลังขับเคลื่อนเท่านั้น
ธุรกิจขายตรงเป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยการพูดคุยหรือสร้างปฏิสัมพันธ์อันดีต่อกัน ต้องมีการพบปะ ต้องมีประสบการณ์ร่วมกัน แต่อี-คอมเมิร์ชเป็นตัวช่วยให้นักธุรกิจอิสระเข้าถึงบริษัท เข้าถึงสินค้าและสามารถทำงานได้ง่ายขึ้นเท่านั้น ซึ่งทุกวันนี้กิฟฟารีนมีคนรุ่นใหม่และส่วนมากสามารถใช้เทคโนโลยี อินเตอร์เน็ตในการทำงานพรีเซนต์สินค้า ดูแผนการตลาดเพิ่มมากขึ้น รวมถึงบางรายการมีการทำเว็บไซต์ส่วนตัวหรือส่งอีเมลล์ไปยังผู้มุ่งหวังมากขึ้น
พญ. นลินี ได้มีการวางยุทธศาสตร์โมเดลใหม่ในการจัดอบรมสัมมนาให้นักธุรกิจในเชิงรุกมากขึ้น ตลอดจนการพัฒนาระบบอี-คอมเมิร์ชให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันกิฟฟารีนมีwww.giffarine shopping ผิดพลาด! การอ้างอิงการเชื่อมโยงหลายมิติไม่ถูกต้องเป็นอีกช่องทางที่ช่วยขยายเครือข่ายให้กับนักธุรกิจได้เป็นอย่างดี มีความสะดวกสบายและไม่ต้องลงทุนสูง
สำหรับเป้าหมายปี 2553 เราวางไว้ที่ 5,000 ล้านบาท โดยมีกลยุทธ์ที่สำคัญ คือ เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งมีศักยภาพในการขยายธุรกิจ ปัจจุบันนี้กิฟฟารีนมีนักธุรกิจที่อายุไม่ถึง 30 ปีมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยครองสัดส่วนอยู่ที่ 20% ของจำนวนนักธุรกิจทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันกิฟฟารีนมีสมาชัก 5.6 ล้านรหัสเป็นนักธุรกิจ 380,000 รหส
ที่มี : หนังสือ Leader time ฉบับที่ 112 มีค 53


0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น