Rss Feed

เอ็ม สตาร์ ธุรกิจเครือข่ายเจ๋งจริง

เอ็ม สตาร์ ธุรกิจขายตรงโตทะลุยอดขาย 1,930ล้านบาท  ยืนกรานพิสูจน์ศักยภาพ พร้อมคว้ายอดหมื่นล้านมากอดได้ชัวร์  หมอลพาโชว์สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ใจกลางกทม. มูลค่าร้อยล้าน  และตอกเสาเข็มโรงงานแห่งใหม่ที่อมตะนคร มูลค่า 400 ล้านบาท  พร้อมขยายอาณาจักรเอ็มสตาร์ที่สหรัฐและอินเดีย  ปูทางสู่ Top 10 ขายตรงระดับโลก

ทญ.ลพา เผยปัจจุบันธุรกิจขายตรงเอ็ม สตาร์มียอดสมาชิก 500,000 รหัส และมีสมาชิกใหม่ประมาณ 50,000รหัสต่อเดือน ซึ่งเป็นสถิติใหม่ที่เอ็ม สตาร์สามารถทำรายได้ทะลุ 10,000ล้านบาทภายใน 4 ปี

เป้าหมายในปี2553 ธุรกิจขายตรงเอ็ม สตาร์เชื่อมั่นว่าสามารถทำตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้จะคว้ายอดขาย 15,000 ล้านบาทและตั้งเป้ายอดสมาชิก 3 ล้านรหัส เพื่อสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้ไทย

แผนการเดินหมากในปีนี้ บริษัทธุรกิจขายตรงเอ็ม สตาร์จะชูความมั่นคงสร้างความเชื่อมั่นภายในองค์กร  ซึ่งปีที่ผ่านมาบริษัทเอมสตาร์ทุ่งงบกว่าร้อยล้านสร้างสำนักงานใหม่แห่งใหม่ บริเวณสุขุมวิท 59 คาดว่าพร้อมเปิดเป็นทางการเดือนมิย.นี้

ภายในโรงงานแห่งใหม่ ยังมีศูนย์การวิจัยสินค้า เพื่อรองรับตลาดใหม่ เพื่อส่งออกไปยังสาขาต่างประเทศเช่นอินเดีย อเมริกาในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้

ส่วนทางด้านกัมพูชาและญี่ปุุ่น ขณะนี้ธุรกิจขายตรงเอ็ม สตาร์ ยังคงเป็นช่วงการเรียนรู้และสร้างฐานให้แข็งแกร่ง

เป้าหมายใหญ่ของเอ็ม สตาร์ คือการก้าวไปสู่การเป็นธุรกิจขายตรงระดับโลกติด 1 ใน 10 ของโลก  นั่นคือการที่เอ็ม สตาร์จะต้องสร้างยอดขายให้ได้มากถึง 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีโครงการจะขยายฐานไปยังจีนและรัสเซียในปี 2554 นี้และเชื่อว่าอีก 2-3 ปีข้าหน้าเอ็ม สตาร์จะก้าวไปสู่เป้าหมายใหญ่นี้ได้อย่างแน่นอน

ที่มา: หนังสือพิมพ์ leader time ประจำวันที่ 1-15 เมษายน 2553



Read More

ซูเลียน พร้อมลุยขายตรงลาว ดันทายาทผู้บริหารรุ่นใหม่คุมทัพ

ซูเลียน(ประเทศไทย)  สามารถกำชัยคว้ายอดขายพุ่งขึ้นไปถึง 3,600 ล้านบาท  มาปีนี้ก็คงหมายมั่นไปไกลกว่านั้นกับเป้ายอดขาย 4,500 ล้านบาท  บอสใหญ่ "ดร.ปิยวัชร์ บุญยืนยงสกุล" การันตีว่า มีความเป็นไปได้สูงจากปัจจัยที่มีอยู่รอบด้าน  โดยเฉพาะภาพความมั่นคงที่เป็นรูปธรรมชัดเจนของการขยายอาคารสำนักงานใหญ่มูลค่ามากกว่า 1,100 ล้านบาท

- ล่าสุดยังได้ทุ่มงบขายตรงอีก 130 ล้านบาทซื้อที่ดินเพิ่มเติมอีก 14 ไร่จากเดิมที่มีอยู่ 21 ไร่ รวมพื้นที่ 35ไร่  ยิ่งไปกว่านั้นในปีนี้ซูเลียนยังพร้อมเคลื่อนทัพลุยตลาดเพื่อนบ้านประเทศลาวอย่างเต็มกำลัง  โดยเตรียมส่งทายาทผู้บริหารเครือข่ายรุ่นใหม่เข้าไปดูแล

- ดร.ปิยวัชร์ ประธานบริษัทซูเลียน เผยว่า ความคืบหน้าของการขยายธุรกิจเครือข่ายซูเลียนในต่างประเทศว่า  ปีนี้จะสามารถเปิดบริษัทซูเลียนในลาวได้อย่างเป็นทางการ  รวมถึงการเช่าสถานที่พร้อมตกแต่งทำออฟฟิศไว้เสร็จสรรพ

- อย่างไรก็ตามแม้บริษัทซูเลียน ในประเทศลาวจะยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ  แต่ก็สามารถสร้างยอดขายให้ได้มากถึง 20 กว่าล้านบาทต่อเดือน  หากบริษัทซูเลียนเปิดตัวอย่าเป็นทางการคาดว่าตัวเลขยอดขายจะขยับเป็น 40-50 ล้านบาทเลยทีเดียว

- ส่วนตลาดธุรกิจเครือข่ายสำหรับซูเลียน  ดร.ปิยวัชร์ กล่าวว่ากระแสตอบรับจะแรงกว่าเดิม  เนื่องจากมีปัจจัยเกื้อหนุนหลายด้าน

- นอกจากนี้ยังมีส่วนของสินค้าใหม่ที่ได้เตรียมความพร้อมไว้หมด  โดยปีนี้มุ่งเน้นไปที่กลุ่มสินค้าที่สามารถทำตลาดได้ง่าย  อย่างเช่นสินค้าที่ใช้ประจำวัน รวมถึงสินค้าอาหารเสริม  วิตามินซี  โดยสินค้าของซูเลียนเรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ติดตลาด  มีจุดขายได้ทุกรายการเลยทีเดียว

- ปัจจุบันซูเลียนมีสินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 60% ไม่ว่าจะเป็นกาแฟคอฟฟี่พลัส  โกโก้พลัส นูทรี  น้ำยาล้างจาน  นำยาล้างห้องน้ำ  ผงซักฟอก  ยาสีฟัน  รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเวกิ-เวล่าอีกประมาณ 20%  นอกเหนือจากนั้นก็เป็นสัดส่วนของสินค้าประเภทอื่นๆ

ที่มา : หนังสือพิมพ์ leader time ฉบับที่ 147  วันที่ 16-31 มีค 53

Read More

เอเจล มั่นใจระบบอีคอมเมิร์ซ ชูข้อดียังมีมากกว่าข้อเสีย

ขายตรงข้ามชาติมาแรงอีกบริษัทอย่างเอเจล  ที่เรียกว่าผู้นำส่วนใหญ่เป็นระดับ hi -technology ที่ไม่ว่าจะเปิดเว็บไซต์ไหน  มักจะเห็นเอเจลเต็มทุกพื้นที่หน้าเว็บไซต์ยอดฮิต

บอสใหญ่  นายชัยวัฒน์  ชัยจินดาวัธน์  ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอเจล เอ็นเตอรไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด  กลับให้มุมมองต่อระบบ e-commerce ว่า เอเจลใช้ระบบนี้เป็นช่องทางหนึ่งในการกระจายข้อมูลข่าวสารเหมือนกับบริษัทอื่น  ไม่ได้มีความแตกต่างอะไรมากนัก  เชื่อมั่นว่าไม่มีบริษัทไหนที่อยากจะนำระบบ e-commerce ไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง  และไม่อยากให้นักธุรกิจนำไปใช้ในทางที่ผิดเหมือนกัน

ซึ่งผู้นำระดับสูงของเอเจลเอง  ยังใช้ระบบนี้เพื่อขยายสายงาน  เรียกได้ว่าเป็นระบบที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก  เนื่องจากไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย  มีความรวดเร็ว ทันสมัย  ลูกเล่นต่างๆก็หลากหลายเช่นกัน  เมื่อเป็นที่นิยมในมุมกว้า  จึงมีความเป็นไปได้ที่จะมีคนจำนวนหนึ่งที่นำเอา e-commerce ไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะไม่ควร  แม้ว่าการควบคุมจะเป็นไปได้ยาก  เพราะระบบนี้เป็นระบบที่ไร้ขีดจำกัด  การรับส่งข้อมูลข่าวสารก็รวดเร็ว  จึงทำให้ยากแก่การควบคุม

เมื่อเป็นเช่นนั้นเชื่อว่าหลายบริษัทอาจหาทางออกด้วยวิธีการออกกฏระเบียบต่างๆ  เพื่อจำกัดการใช้สื่อให้อยู่ในกรอบและขอบเขต  พร้อมชี้แนะวิธีการปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง  ซึ่งเอเจลควบคุมโดยการสอดแทรกแนวทางไปกับการเทรนนิ่ง  ในส่วนของผู้นำระดับสูงๆเองก็ใช้การบอกต่อช่วยกันสอดส่องดูแลคนในสายงาน  และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสมาชิก

ถึงอย่างไรก็ตามจะควบคุขนาดไหน  ก็ย่อมมีคนใช้ระบบ e-commerce ในทางที่ผิด  แต่สุดท้ายเชื่อว่าทุกคนเหล่านี้ก็จะเลิกทำผิดไปเอง  เมื่อเข้ามาเรียนรู้ในสิ่งที่ถูกต้องและมีการ training อยู่บ่อยครั้ง  ปัญหาเหล่านี้ก็อาจจะลดน้อยลงไป

นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า  ระบบ e-commerce เป็นระบบที่ทันสมัยคนส่วนใหญ่ก็นำมาใช้ควบคู่กับการทำธุรกิจ  ถ้ามองในมุมที่เป็นข้อเสียของระบบนี้  ในส่วนตัวคิดว่าข้อเสียนั้นมีน้อย เช่น  มีความลำบากในการควบคุมในการใช้  เนื่องจากเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว  ทำให้ยากที่จะตามควบคุมได้หมด  ส่วนข้อดี  ประการแรก   เป็นสื่อที่ไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณ  ประการที่ 2 สามารถกระจายข้อมูลข่าวสารได้ไกลและทั่วถึง มีเทคนิคลูกเล่นต่างๆให้เลือกใช้มากมาย

จะเห็นได้ว่า  โลกใบนี้มีทั้งด้านดีและด้านไม่ดี  หากแต่ขึ้นอยู่กับว่าผูุ้ใช้อย่างเราๆท่านๆจะใช้สิ่งประดิษฐ์เหล่านั้นให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเองและสังคมให้คุ้มค่ามากน้อยแค่ไหน  เพราะไม่ว่าเครื่องมือเหล่านั้นจะไฮเทคโนโลยีมากเพียงใดหากขาดจริยธรรม  เชื่อได้ว่าไม่นานผลของการกระทำย่อมจะแสดงออกาให้เห็นไม่ช้าก็เร็ว

Read More

กิฟฟารีน ลั่น อี-คอมเมิร์ชเป็นตัวเสริม แต่การประชุมยังเป็นกลเม็ดเด็ด

หันมาทางฝั่งข่ายตรงไทย  ที่มีบอสหญิงเก่งอย่าง พญ. นลินี ไพบูลย์  ประธานกรรมการบริษัทกิฟฟารีน สกายไลน์  ยูนิตี้ จำกัด  เปิดมุมมองเกี่ยวกับธุรกิจขายตรงอี- คอมเมิร์ชว่า  ต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้  เทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้นทุกวัน  และเพื่อให้ธุรกิจเติบโต  และสร้างความเชื่อมั่นในบริษัท  การนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาจึงเริ่มมีบทบาทมากขึ้น  ซึ่งกิฟฟารีนเองก็ได้มีการให้งบสนับสนุน ในส่วนของการพัฒนาระบบเทคโนโลยีใหม่ทุกปี

โดยเฉพาะอี-คอมเมิร์ช  ซึ่งเป็นช่องทางในการช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงกิฟฟารีนได้ง่ายขึ้น  และยังสามารถขยายเครือข่ายไปได้ทั่วโลก  แต่สุดท้ายแล้วอี-คอมเมิร์ช เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งสำหรับการรองรับการเติบโตของธุรกิจขายตรงเท่านั้น  แต่ไม่ใช่ช่องทางหลักในการสร้างองค์กรนักธุรกิจอย่างแท้จริง  เพราะอย่างไรก็ตามการที่ธุรกิจเครือข่ายขายตรงจะเติบโตอย่างยั่งยืน  จะต้องอาศัยกำลังหลักอย่างนักธุรกิจเครือข่ายอิสระเป็นพลังขับเคลื่อนเท่านั้น

ธุรกิจขายตรงเป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยการพูดคุยหรือสร้างปฏิสัมพันธ์อันดีต่อกัน  ต้องมีการพบปะ  ต้องมีประสบการณ์ร่วมกัน  แต่อี-คอมเมิร์ชเป็นตัวช่วยให้นักธุรกิจอิสระเข้าถึงบริษัท เข้าถึงสินค้าและสามารถทำงานได้ง่ายขึ้นเท่านั้น  ซึ่งทุกวันนี้กิฟฟารีนมีคนรุ่นใหม่และส่วนมากสามารถใช้เทคโนโลยี  อินเตอร์เน็ตในการทำงานพรีเซนต์สินค้า ดูแผนการตลาดเพิ่มมากขึ้น  รวมถึงบางรายการมีการทำเว็บไซต์ส่วนตัวหรือส่งอีเมลล์ไปยังผู้มุ่งหวังมากขึ้น


พญ. นลินี ได้มีการวางยุทธศาสตร์โมเดลใหม่ในการจัดอบรมสัมมนาให้นักธุรกิจในเชิงรุกมากขึ้น   ตลอดจนการพัฒนาระบบอี-คอมเมิร์ชให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งปัจจุบันกิฟฟารีนมีwww.giffarine shopping ผิดพลาด!  การอ้างอิงการเชื่อมโยงหลายมิติไม่ถูกต้องเป็นอีกช่องทางที่ช่วยขยายเครือข่ายให้กับนักธุรกิจได้เป็นอย่างดี  มีความสะดวกสบายและไม่ต้องลงทุนสูง

สำหรับเป้าหมายปี 2553 เราวางไว้ที่ 5,000 ล้านบาท  โดยมีกลยุทธ์ที่สำคัญ คือ เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่  ซึ่งมีศักยภาพในการขยายธุรกิจ  ปัจจุบันนี้กิฟฟารีนมีนักธุรกิจที่อายุไม่ถึง 30 ปีมีจำนวนเพิ่มขึ้น  โดยครองสัดส่วนอยู่ที่ 20% ของจำนวนนักธุรกิจทั้งหมด  ซึ่งปัจจุบันกิฟฟารีนมีสมาชัก 5.6 ล้านรหัสเป็นนักธุรกิจ 380,000 รหส

ที่มี : หนังสือ Leader time ฉบับที่ 112  มีค 53

Read More

Secret of Succeess ...Secret of Hero...Secret of Unicity

- จากภาพความไม่ธรรมดา  ที่ผู้นำนักธุรกิจทั่วโลก พร้อมใจกันเดินทางมาเมืองไทยอย่างมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน  ทั้งการต้อนรับอย่างสมเกียรตินับแต่วินาทีแรกที่ผู้นำนักธุรกิจจากประเทศต่างๆก้าวเท้าออกจากประตูเครื่องบิน  ทั้งการทุ่มเทสร้างด้วยงบลงทุนก้อนโตกว่า 100 ล้านบาทเพื่องานนี้  งานบิ๊กระดับโลก " Unicity Global Convention 2010 "

- และทั้งหมดนี้คือ Talk of the town ในหมู่แวดวงขายตรงไทย...ยูนิซิตี้(ไทยแลนด์)ในฐานะเจ้าภาพ  ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากบริษัทแม่  Unicity International Inc. จากอเมริกา  ให้จัดงานระดับนานาชาติเพื่อให้นักธุรกิจยูนิซิตี้ทั่วโลกได้มีโอกาสแบ่งปันประสบการณ์ความสำเร็จร่วมกัน  ซึ่งยูนิซิตี้ประเทศไทยก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวังแต่อย่างใด  หนำซ้ำยังได้สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับธุรกิจเครือข่ายว่าไม่ใช่เพียงแค่ธุรกิจที่ต้องการขายสินค้าอย่างเดียวเท่านั้น

-ไม่ว่าจะอย่างไรการจัดงาน Unicity Global Convention 2010 นับว่าเป็นโอกาสอันดีที่ได้ประชาสัมพันธ์ประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางมากขึ้น  เนื่องจากงานครั้งนี้มีผู้เดินทางมาจากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก  ด้วยการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากรัฐบาล  โดยสำนักงานส่งเสริการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.)  ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในหลายเรื่อง

- มากยิ่งไปกว่านั้นยังได้เห็นการใส่ใจสังคมจากการที่ยูนิซิตี้ได้จัดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์  โดยการปลูกป่าชายเลนเพื่อเป็นการชลอคลื่นแนวชายฝั่ง ณ จังหวัดสมุทรสาคร

- ที่ลืมไม่ลงอีกอย่างคืออาหารไทยที่สุดแสนประณีตจากขั้นตอนแรกจนขั้นตอนสุดท้ายทั้งรสชาติและความสร้างสรรค์ในการนำเสนอ  สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมไทยอันดีงาม

- งานครั้งนี้ยูนิซิตี้  ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพียงแค่สร้างโอกาสทางธุรกิจของตนเองเท่านั้น  หากแต่มองถึงภาพรวมของประเทศไทยในอนาคตข้างหน้าว่า  ความประทับใจทั้งหมดที่ยูนิซิตี้บรรจงสร้างไว้ทั้งหมดในครั้งนี้  จะเป็นส่วนหนึ่่งที่ทำให้ต่างชาติกลับมาเยือนไทยอีกครั้ง  เม็ดเงินที่สะพัดกว่า 1,000 ล้านบาท ก่อให้เกิดเม็ดเงินอีกหลายพันล้านบาทในอนาคตข้างหน้าก็เป็นได้  และนี่คงเป็นีกหนึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากปณิธานของยูนิซิตี้   The Make Life Better Company  บริษัทเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น


ที่มา : หนังสือ Leader Time ฉบับที่ 112  มีค

Read More

ดีเอสไอ ขีดเส้นตาย ธุรกิจเครือข่าย "ปูแดง"

เตือนอย่าท้าอำนาจรัฐ ปูแดงเล่นแง่ไม่ส่งเอกสารให้ตรวจ ดีเอสไอเตรียมเล่นงานปูแดงอีกระลอก    หลังจากทำเมินเฉยไม่ส่งเอกสารการดำเนินธุรกิจขายตรงให้ตรวจนานเิกิน 2 เดือน ประกาศเตือนครั้งสุดท้าย กำหนดเดตไลน์ 17 มีนาคมนี้ต้องส่งเอกสารให้ตรวจ หมดสิทธิ์ยึกยักแล้ว มิฉะนั้นจะเจออีก 1 ข้อหา อีกทั้งยังเตรียมออกหมายเรียก "แม่ทีมปูแดง " ไปให้ปากคำที่ดีเอสไอภายในเดือนมีนาคม 53 นี้ด้วยเช่นกัน

- พร้อมเตือนพฤติกรรมแม่ทีมที่โฆษณาเิชิญชวนทำธุรกิจผ่านเว็บไซด์ชื่อ www.poogangthailand.com และ www.pooddangbest59.com หรือทางทีวีดาวเทียม ซึ่งอาจะเจอข้อหาเข้าข่ายหลอกลวงประชาชนเพราะมีการจ่ายผลตอบแทนเกินความเป็นจริง ไม่เข้าข่ายการทำธุรกิจขายตรงที่ถูกต้อง

- ขณะนี้คดีของบริษัทเบสท์ 59 จำกัดกำลังอยู่ระหว่างรอเอกสารจากบริษัท ซึ่งเจ้าหน้าที่ไ้ด้ขอให้นายสมปอง แซ่ตั้งส่งเอกสารให้ตั้งแต่วันที่ 15 ธคแล้ว ก่อนที่ดีเอสไอจะขอหมายศาลอาญาเข้าตรวจค้้น เมื่อวันที่ 19 มค 53 แต่ได้รับการขัดขวางจากสมาชิก ซึ่งเป็นการขัดขวางการทำหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 138

- จนบัดนี้นายสมปองของปูแดงยังไม่ได้ส่งเอกสารให้ดีเอสไอ พนักงานสอบสวนพิเศษจึงออกหมายเรียกเอกสารอีกครั้งและต้องส่งให้กับดีเอสไอภายใน 17 มีค 53 และไม่ยอมให้เลื่อนการส่งอีกต่อไป

- ส่วนการสมัครสมาชิกขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกตามแผนการตลาดแบบใด เช่นหากเลือกสมัครแบบ 2 สายจะมีรายได้สูงสุดต่อวันต่อรอบคือ 8 คู่ เป็นเงิน 4,400 บาท/วัน/รอบ จะได้รายได้ 132,000 บาท/เืดือน

- แต่หากสร้างเครือข่ายแบบเปิด 4 รหัส จะได้รายได้ 17,600/วัน/รอบ จะได้รายได้ 528,000บาท/เืดือน โดยไม่ต้องรักษายอดขาย

- นอกจากนี้ยังได้รายได้แบบ maching อีก 14% จากเครือข่ายองค์กรเดิมที่มีอยู่แล้วทุกระดับชั้น เช่นหากมีรายได้เดือนละ 1,000,000บาทต่อเดือนก็จะได้รายได้ maching อีก 14% คือ 140,000บาท ซึ่งน่าจะเป็นการนำเงินจากสมาชิกรายนั้นหรือรายอื่นมาจ่ายหมุนเวียนให้แก่สมาชิก ซึ่งไม่ใช่ลักษณะของการทำูธุรกิจเครือข่ายอย่างถูกต้อง

- ดีเอสไอได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษ ไว้เป็นความผิดต่อเนื่องเกี่ยวกันกับความผิดตามพ.ร.ก. การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนแล้ว จึงอยากขอแจ้งว่าการขายโดยไม่มีใบอนุญาตเป็นความผิดตามกฏหมาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ที่มา: หนังสือพิมพ์ leader time ฉบับที่ 147 ประจำวันที่ 16-31 มีค 53

Read More

บริษัทเครือข่ายขายตรงที่มียอดขาย พันล้าน ปี 2552

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันประเทศไทยจะมีบริษัทในธุรกิจเครือข่ายกว่า 500 บริษัท แต่ในจำนวนนี้ทั้งหมดมีเพียง 13 บริษัทเท่านั้นที่เป็นบริษัทเครือข่ายคุณภาพและได้รับการยอมรับจากสังคมในวงกว้าง

ส่งผลให้บริษัทเหล่านี้กลายเป็นบริษัทเครือข่ายผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดอย่างมหาศาล
LEADER TIME MAGAZINE ได้จัดอันดับบริษัทเครือข่ายขายตรงที่มียอดขายระดับพันล้านประำจำปี 2552 มีทั้งสิ้น 13 บริษัท คิดเป็นมูลค่าตลาดรวม 46,545 ล้านบาท
อันดับที่ ชื่อบริษัท ยอดขาย (ล้านบาท) แผนการตลาด

1. บจ.แอมเวย์ (ประเทศไทย) 13,700                             MLM
2. บจ.เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) 8 ,600                        SLM
3. บจ.กิฟฟารีน สกายไลน์ยูนิตี้ 4,600                             MLM
4. บจ.ซูเลียน (ประเทศไทย) 3,600                                MLM
5. บจ.คังเซน-เคโก อินเตอร์เนชั่นแนล 2,600                    MLM
6. บจ.ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) 2,500                   MLM
7. บจ.เอมสตาร์ เน็ตเวิร์ค 2,000                                    Binary

8. บจ.นีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล 1,850                        Binary
9. บจ.แสงสุริยะฉัตร (2002) 1,800                                Binary
10. บจ.ไลฟ์สไตล์ แปซิฟิก ริม 1,500                              MLM
11. บจ.นูสกิน เอ็นเตอร์ไพรส์ 1,495                               MLM
12. บจ.จอย แอนด์ คอยน์ 1,200                                   Binary
13. บจ.เอเจล เอ็นเตอร์ไพรส์ 1,100                               Binary



Read More